เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เราเองได้ขอหนีโลกแห่งความวุ่นวายที่กรุงเทพเมืองฟ้าอมรอย่างเงียบ ๆ
ไปพักผ่อนประจำไตรมาสที่หัวหิน ถิ่นมีหอย สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งของไทย
ในตอนแรกเราเองวางแผนในใจว่าจะไปเที่ยวหัวหินช่วงหลังสอบเสร็จสักพักเหมือนกันแหละ
แต่ที่คิดไว้ก็จะแอบไปแบบ 1 day trip เพื่อไม่ให้คนอื่นรู้เรื่องและตั้งตัวทัน
เพราะเราเองก็รู้ว่ามีเพื่อนสนิทของเราไปฝึกงานอยู่แถวนั้น เลยไม่อยากไปรบกวน
(อีกอย่างคือเพื่อนเราก็ผู้หญิงด้วยแหละ เราเองก็คงไม่อยากให้เขาต้องมาเดือดร้อนเพราะเรา)
แต่ที่ใหนได้…พอดีเพื่อนเราที่ไปฝึกงานอยู่แถวนั้น เธอฝากเราซื้อของแล้วส่งไปให้ทางไปรษณีย์
เราเลยหลุดปากไปว่าเดี๋ยวจะแวะเอาไปให้ เพื่อนเราเห็นแบบนั้นเลยชวนเราแวะมาเที่ยวค้างคืนซะเลย
หลังจากนั้นจึงเริ่มมีการชวนเพื่อนที่ว่างไปด้วย แล้วทริปนี้เลยเกิดขึ้นแบบ งง งง ด้วยเหตุผลนี้แหละ
…
>> วันแรก (4) – วันออกเดินทาง
ตอนแรกที่วางแผนกันกะว่าจะออกเดินทางกันตั้งแต่ 8 โมงเช้า เพือจะให้ถึงที่โน่นประมาณเที่ยง
แต่เอาเข้าจริง…กว่าเพื่อนจะเลิกงานก็เย็นแล้ว ช่วงเวลาก่อนหน้านั้นก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี
เลยคุยกับเพื่อนอีกคนที่ไปด้วยกัน แล้วเปลี่ยนแผนมาออกเดินทางกันตอนช่วงบ่ายซะเลย
และด้วยความดื้อเล็ก ๆ ของเราที่อยากออกเดินทางจากกรุงเทพด้วยรถไฟ แทนที่จะเป็นรถตู้
แถมดันไม่ได้ไปซื้อตั๋วล่วงหน้าตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ พอไปซื้อตั๋วเราเลยได้ตั๋วรถไฟรอบ 16.08 มา
ทั้ง ๆ ที่ตอนเช็ครอบรถไฟมันจะมีรอบประมาณ 15.00 น. (แต่กว่าจะมาจริงเลทไป 30+ นาที)
ซึ่งกว่าจะได้ออกเดินทางกันจริง ๆ ก็ปาเข้าไปตอน 16.30 แล้วหละ (เลทไป 20+ นาทีถ้วน)
หลังจากได้ออกเดินทางจากสถานีชุมทางบางซื่อ เราเองก็ได้เห็นบรรยากาศแปลก ๆ ริมทางรถไฟ
ถ้าถามความเห็นส่วนตัวเราว่ามันก็สวยดีนะ ถ้าไม่ติดว่าบรรยากาศบนรถไฟค่อนข้างแออัดไปนิด
รถไฟมาก็แอบเลทไปมาก แถมความสะอาดก็น้อยไปหน่อย :P
หลังจากการเดินทางอันแสนยาวนานบนรถไฟสายใต้ ผ่านไปประมาณ 4 ชั่วโมง (ประมาณ 20.30)
รถไฟขบวนนี้ก็ได้เดินทางมาถึงสถานีหัวหินกันเสียที หลังจากผ่านเส้นทางหลายจังหวัด
ซึ่งเมื่อลงมาจากรถไฟก็พบกับเพื่อนเรากำลังนั่งรอเรากับเพื่อนอย่างเหน็ดเหนื่อย
(พอดีเพื่อนเพิ่งเลิกงานตอนทุ่มนึงแล้วรีบดิ่งมารับเราที่สถานีรถไฟให้ทัน)
หลังจากที่เราได้เจอกันเป็นที่เรียบร้อย เราก็ดิ่งกับที่พักกันเลยทันที (เดี๋ยวไม่ทันรถ)
โดยมีการซื้อสเบียงจาก 7-11 แถวที่พัก เข้าไปกินกันแก้หิวจากการเดินทางอันเหน็ดเหนื่อย
…
>> วันที่สอง (5) – วันเที่ยว และกิน
วันนี้เป็นวันแรกของเราที่ได้ทำความรู้จักกับหัวหินให้มากขึ้น ด้วยการเที่ยวและการชิม
แต่ด้วยความที่เมื่อคืนเราเองเกิดอาการงอแง ทำยังไงเราเองก็นอนไม่หลับสักที
เพื่อนเราตื่นมาเห็นเรานอนไม่หลับตอนตี 4 เลยชวนเรามาเดินเล่นริมหาดตั้งแต่เช้าซะเลย
แล้วด้วยความที่อยากลองกล้อง เราเลยเอากล้องลงมาถ่ายวีดีโอเล่นด้วย
เลยได้ออกมาเป็นคลิปข้างล่างนี้นะแหละ :)
หลังจากที่เรากับเพื่อนไปเดินเล่นกันที่ทะเลเรียบร้อยแล้ว
พอกลับมาถึงห้องก็ได้เวลาอาบน้ำแต่งตัว เตรียมออกไปเที่ยวในวันแรกกันพอดี
เริ่มที่แรกด้วยการรับประทานอาหารเช้า (ตอน 9 โมงครึ่ง) ที่ร้านเจ๊กเปี๊ยะ
ต่อด้วยการเดินย่อยกับการไปเดินดูชุมชนแถวสะพานปลา
ก่อนจะไปถ่ายรูปกันที่สถานีรถไฟหัวหิน (เมื่อคืนก่อนไม่ได้ถ่ายเพราะมาถึงก็มืดมากแล้ว)
หลังจากถ่ายรูปกันเสร็จเรียบร้อย เลยแวะพักกันที่ห้องสมุดรถไฟ สถานีรถไฟหัวหิน
ซึ่งส่วนตัวคิดว่าเป็นการนำเอารถไฟเก่ามาดัดแปลงเป็นห้องสมุดที่สวยทีเดียวเลยนะ
(ระหว่างเพื่อนจัดทริปช่วงบ่าย เราเลยได้แอบงีบอย่างจริงจังด้วยความเพลียสุดๆ)
ในช่วงบ่าย…พอเริ่มหิว เราเลยได้ไปชิมอาหารทะเลกันที่ร้านอาหาร “บ้านอิสระ”
ซึ่งอยู่ห่างจากถนนเพชรเกษมไม่มากเท่าไหร่ แต่ถ้าเดินไปก็แอบเหนื่อยนิดนึงเหมือนกัน
(ระหว่างทางเจอพี่เจ้าของโรงแรมเล็ก ๆ แถวนั้นใจดีแนะนำข้อมูลหลายอย่างให้ด้วยนะ)
ส่วนเรื่องรสชาดอาหารเราว่าก็โอเคเลยนะ ราคาก็ไม่แพง แถมร้านนี้บรรยากาศก็ดีอีกต่างหาก
หลังจากทานของคาวเสร็จ ต้องแวะต่อกันด้วยของหวานที่ “ร้านชุบชีวา” (ห่างจากร้านแรกนิดเดียว)
ร้านนี้บรรยากาศดีทีเดียวเลยนะ ส่วนขนมในร้านจากมาตรฐานส่วนตัวก็อร่อยใช้ได้เลย
แถมสำหรับผู้เสพติด Social Network งอมแงมที่ร้านยังมี Wi-Fi ให้ใช้ฟรีอีกด้วยนะ
จากที่พูดมาทั้งหมด เสียที่ว่าอยู่ถนนเส้นในที่คนไม่มีรถต้องเดินเข้ามาเนี่ยแหละ ><”
ต่อจากการทานอาหารมาสองร้านติดจนแน่นท้องชั่วขณะ ก็ต้องแวะเที่ยวกันสักหน่อย
โดยจุดต่อไปที่เราไปกันก็คือ “เพลินวาน” สถานที่ถ่ายรูปสุดฮิตของคนที่มาหัวหิน (คหสต)
ตอนที่ไปนี่คนน้อยมากอย่างน่าประหลาดใจ เลยได้ถ่ายรูปกันเพลินไปเลยทีเดียว
โดยส่วนตัวเราก็ว่าเขาตกแต่งได้สวยย้อนยุคเหมือนที่เห็นในรูปแหละนะ
ส่วนความเล็กของสถานที อันนี้ไม่เถียงหรอก (ก็มันเล็กจริงๆนี่นา)
หลังออกจาก “เพลินวาน” ก็ต้องนั่งรถกลับเข้าเมืองเพื่อไปเดินเล่นที่ตลาดโต้รุ่งกัน
แต่ก่อนจะเดินเล่นเพื่อนเราแอบแวะกินไอศกรีมกันที่ “TimeOut Gelato Bars”
แต่ด้วยความที่เราไม่กินไอศกรีมแบบนี้ เราเลยต้องชดเชยด้วยการกิน Daily Queen แทน :P
จากการเดินเล่นในตลาดโต้รุ่งครั้งนี้ ทั้ง 3 คนในทริปได้เสื้อหัวหินกันมาคนละตัว
(นัดกันว่าจะใส่ในวันที่สาม) นอกจากนั้นก็ได้ของกินเล่นกันมานิดหน่อย
ก่อนที่จะกลับห้องเพื่อพักผ่อนกัน :)
…
>> วันที่สาม (6) – วันนี้เที่ยวต่อ
วันนี้ต่างคนต่างตื่นสาย เพราะกำหนดการเที่ยววันนี้จะอยู่ในช่วงบ่าย ๆ หลบความร้อนของแดด (หรอ)
หลังจากการทานอาหารเช้าแถวที่พักเสร็จ ก็ได้ออกเดินทางไปเที่ยวที่เขาตะเกียบกัน
ซึ่งวันนี้ด้วยความที่เป็นวันหยุดของทางราชการ สภาพการจราจรในหัวหินเลยดูแออัดเป็นพิเศษ
ช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. พวกเราก็เดินทางมาถึงที่เขาตะเกียบกันสักที
หลังจากเดินกันไปสักพัก ก็ถึงวัดเขาตะเกียบ ซึ่งมีพระธาตุที่อยู่บนบันใดสูง 100+ ขั้น
(ตอนเดินขึ้นเราถูกทิ้งให้ขึ้นไปคนเดียว กว่าจะถึงชั้นบนสุดนี่ต้องดมยาดมกันหลายรอบเชียว)
ชั้นบนสุดสามารถมองเห็นวิวของหัวหินได้ค่อนข้างไกลและสวยมากเลยทีเดียวหละ
นอกจากการเดินขึ้นพระธาตุแล้ว ที่นี่ยังมีชื่อเรื่องฝูงลิงอีกด้วยนะเออ
ตอนที่เราไปนี่ช่วงบ่าย ๆ ลิงก็หลบร้อนไปบ้าง แต่ที่เห็นก็เยอะอยู่เหมือนกันนะ :)
หลังจากชมวิว ชมลิง ที่วัดเขาตะเกียบกันเป็นเวลาสักพักใหญ่ ๆ
พวกเราเองก็ไปต่อกันที่วัดเขาไกรลาศ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาใกล้ ๆ กัน (แน่นอนว่าต้องขึ้นบันใด)
ตอนแรกก็ขึ้นไปแบบชิล ๆ แต่พอกว่าจะถึงชั้นบนสุดเล่นเอาเหนื่อยหอบต้องนักพักเช่นเคย
แต่พอขึ้นมาถึงบนยอดเขาแล้วเราเองก็ว่าไม่เหนื่อยเปล่านะ
เพราะบรรยากาศภายในวัดนี่เงียบสงบ และภูมิทัศน์โดยรอบ ๆ ดูดีมาก ๆ ไม่เหมือนวัดที่เคยไปมา
แถมจุดที่สูงที่สุดของวัด ยังสามารถมองเห็นวิวของหัวหินได้สวยงามมากทีเดียวด้วยนะ :)
(ถ้าไม่ติดว่าไปกับเพื่อนจะขอนั่งมองทะเลแล้วคิดอะไรอยู่แถวนั้นสักพักเหมือนกัน)
พอออกมาจากที่วัดพวกเราก็ไปช็อบกันต่อที่ CICADA Market ซึ่งตั้งอยู่ก่อนถึงเขาตะปูนิดหน่อย
(รหะว่างทางเห็นมีคอนโดไปเปิดขายแถวนั้นเต็มเลย เห็นแล้วอยากได้เป็นเจ้าของสักห้องเหมือนกัน)
จะว่าไปแล้วที่นี่เป็นสถานที่ที่ขายของทำมือที่น่าสนใจทีเดียวนะ จากความรู้สึกส่วนตัว
และจากการเดินชมของที่วางขายกันเกือบชั่วโมง เราเองเลยได้น้องหมีไหมพรมมาตัวนึง
(เดี่ยวเราเองคงได้เขียนถึงน้องหมีตัวนี้ในตอนต่อ ๆ ไปแน่นอน)
หลังจากการช็อบปิ้งเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็นั่งรถสองแถวไปกันที่หัวหินมาร์เก็ตวิลเลจ
เมื่อถึงแล้วเดินเลือกหาอะไรกินกันสักพัก เลยไปจบกันที่ซิสเลอร์ (เล่นเอาอิ่มกันเลยทีเดียว)
พอทานเสร็จแล้วเลยได้แวะซื้อของกันต่อนิดหน่อยก่อนจะกลับห้อง
…
>> วันสุดท้าย (7) – วันนี้ต้องกลับแล้วหรอ
วันนี้เราเองตื่นมาตอนประมาณ 10 โมง (เวลาพอ ๆ กันกับเมื่อวานนี้นะแหละ)
ตื่นมาเจอเพื่อนเราที่ต้องไปทำงานหลังจากหยุดไป 2 วัน แอบหงุดหงิด
ถามว่าทำไมเราไม่ยอมเตือนเธอเรื่องจองรถที่เราจะต้องนั่งกลับกรุงเทพในช่วงบ่ายวันนี้
คุยไปคุยมาเพื่อนเราเกิดหงุดหงิดจนน๊อตหลุดขึ้นมาเสียงดังทีเดียว
(จริงๆ ถ้าไม่ได้จองเราก็เข้าไปนั่งรถจากในเมืองได้นี่นา ทำไมต้องหงุดหงิดขนาดนั้นด้วยนะ)
เราเองเลยเปิดโหมดนอยด์นั่งจิ้มไอพอตโดยอัตโนมัติ (ด้วยความรู้สึกผิดที่ทำให้โมโห)
หลังจากเก็บของเสร็จแล้วเลยก่อนกลับเลยแวะหาอะไรทานกันก่อนจะแยกย้ายกัน
แต่เหมือนเพื่อนเราคงจับทางได้นะแหละที่เราเปลี่ยนโหมด เลยชวนเราคุยก่อนที่จะแยกย้ายกัน
พอถึงเวลานัดรถตู้โดยสารที่เพื่อนเราจองไว้ก็มารับในที่ที่ตกลงไว้
ก่อนที่จะมุ่งหน้ากลับถึงกรุงเทพในอีกประมาณ 3 ชั่วโมงถัดมา
และเมื่อถึงกรุงเทพแล้ว เราเองเลยแวะส่งเพื่อนขึ้นรถกลับบ้าน เป็นอันจบทริปแบบง่าย ๆ
…
ท้ายที่สุด…ก่อนจะจบบล็อกตอนนี้ไปแบบสั้นๆ (หรอ)
เราเองขอขอบคุณกิ๊ฟท์ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกและช่วยจัดการทุกอย่างในทริปนี้
เราเองในฐานะผู้ไปเยือนก็แอบเกรงใจอยู่มากมากเหมือนกันนะ
ตั้งแต่ที่เธอลางานติดกัน 2 วันเพื่อพาเราไปเที่ยวแล้ว กลัวว่าจะทำให้ลำบาก (ทั้งกายและใจ)
ขอขอบคุณนิงค์ ที่ยอมรับคำชวนมาทริปรอบนี้ด้วย แม้ว่ามันจะแอบกระทันหันมากก็เหอะ
ขอบคุณจริง ๆ ที่ยอมมาลำบากด้วยกันตั้งแต่ตอนเดินทางจากกรุงเทพจนถึงตอนเดินทางกลับ
นอกจากนี้แล้วยังขอขอบคุณผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการอีกมากมาย
เพราะถ้าไม่มีผู้สนับสนุนรายย่อยทั้งหลาย ทริปครั้งนี้คงไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลยจริง ๆ นะ
…
ส่วนทริปหน้าจะหนีไปเที่ยวที่่ใหน กับใคร เมื่อไหร่ แล้วจะมีทริป 2.5 เร็ว ๆ นี้หรือไม่
อันนี้เราเองก็ตอบไม่ได้หรอกนะ ไว้ไปแล้วกลับเขียนลงบล็อกเมื่อไหร่ก็คงรู้กันตอนนั้นแหละ :P

