เรื่องของบล็อกตอนนี้มันเริ่มต้นเมื่อตอนปลายเดือนที่แล้ว (31-01-2012)
ที่วันนั้นเราเองได้กด Accept คำขอเป็นเพื่อนใน Facebook จากคนที่เราคุ้นเคยมาก
แน่นอนว่าคนคนนั้นก็คือ #Rotigirl นี่เอง (เขาเป็น Girl Friend สมัยมัธยมของเราเอง)
จะว่าไป…ช่วงเวลาก่อนหน้านี้เขาก็เคยส่ง Request คำขอแบบนี้มาหลายรอบแล้วนะ
แต่ด้วยความใจแข็งของเราในตอนนั้นก็เลยทำเป็นมองไม่เห็นบ้าง กด Not now ไปบ้าง
จนกระทั่งวันหนึ่งเธอเข้ามาในบล็อกของเรา (อย่างที่เห็นอยู่ในบล็อกตอนที่ 99 นะแหละ)
ส่วนเหตุผลที่กด Accept ตามคำขอในวันนั้นมีอยู่สั้น ๆ แต่แฝงไปด้วยนัยสำคัญที่ว่า
“เพราะวันนั้นมันเป็นวันคล้ายครบรอบ 5 ปีของเรา (ถ้าเรายังไม่เลิกกันนะ)”
(แต่ในโลกของความเป็นจริง…เขาบอกเลิกกับเราตั้งแต่ 1 ปี 2 เดือนแล้วนี่หว่า T-T)
แต่ก็อีกนะแหละ…ช่วงเวลาอีก 3 ปี 10 เดือนที่ผ่านไป ก็มีช่วงที่ติดต่อกันอยู่บ้างนะแหละ
บางช่วงนี่คล้ายจะกลับมารีเทิร์น (หลายรอบมาก) แต่ท้ายที่สุดก็ #Fail ไปเสียทุกที
(ครั้งสุดท้ายนี่เราเจ็บหนักสุดละ เลยหายไปนานหน่อย แต่ก็ใช่ว่าตอนนี้จะหายเจ็บแล้วนะ)
…
จริง ๆ แล้วการเป็นเพื่อนของเรากับเธอใน Facebook จะไม่มีค่าเลยสักนิดเดียว
ถ้าวันนั้นเราไม่ยอมตอบ Comment จนความใจแข็งที่เคยมีมานานมันหายไปใหนหมดก็ไม่รู้ T-T
(เราแอบเห็นมาโพสต์ตั้งแต่วันที่ 1 ละ แต่ด้วยความที่ยังแอบใจแข็งเลยไม่ได้ตอบอะไร)
สืบเนื่องจากโพสต์ อันนี้ พอเราเห็นเข้าเลยทำการตอบกวนใส่ไปนิดหน่อย (คิดว่าปิดไปแล้วไง)
แล้วเมื่อเราตอบโพสต์อันแรกไปเลยมีคอมเมนต์ตาม ๆ กันมาจากเธอ (เฮ้ย…ยังไม่หลับนี่หว่า)
พอเราคอมเมนต์กันเยอะ ๆ เข้า จนปาเข้าไปเกือบ 100 คอมเมนต์อย่างที่เห็น
ท้ายที่สุด…เธอก็ได้เบอร์โทรศัพท์มาคุยกับเราจนได้
(แล้วที่ผ่านมาตูจะใจแข็งไปทำม๊าย ถ้าถึงเวลาจะใจอ่อนให้เบอร์กันง่าย ๆ แบบนี้)
…
จากการที่ได้คุยกันคืนนั้นนานเกือบ 3 ชั่วโมง (มั๊ง) ทำให้ได้คุยกันในหลาย ๆ เรื่องในช่วงที่ผ่านมา
หลายเรื่องที่คุยกันเป็นเรื่องที่ลึกมาก ถึงขั้นว่าเป็นการเปิดอกคุยถึงเรื่องในใจเลยทีเดียว
ซึ่งการคุยคืนนั้นก็ทำให้เราได้รู้เรื่องราวอะไรหลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้น
ถึงแม้ว่าเรื่องบางเรื่องเร็วไปที่จะพูดไปนิดก็เหอะนะ (รอไว้เมื่อเหมาะแล้วจะพูดก็ไม่สายหรอก)
จะว่าไปก็แปลกนะ…พอเราถามถึงเรื่องของเราเก่า ๆ เธอกลับจำอะไรเกี่ยวกับเราไม่ได้เลย
แถมพอคุยกันไปเรื่อย ๆ เธอก็บอกเราว่าเธอเคยเอารูปของเราไปเผาทิ้งเสียอีกนี่
บางทีก็แอบคิดเหมือนกันนะ ว่าถ้าอยากจะลืมซะขนาดนี้ทำไมไม่ลืมเราไปซะด้วยเลยละ (จริงๆนะ)
และหลังจากวันนั้นมาเราก็ได้คุยกันบ่อย ๆ เกือบทุกวัน บางวันก็มาก บางวันก็น้อย
ตามแต่ภารกิจดุจเซเล็บของแต่ละคน (ทำไปทำมาเธอดูจะเซเล็บกว่าเราอีกนะ)
(ระหว่างคุยไปคุยมาก็มีงอนกันบ้าง ทะเลาะบ้าง ตัดสายใส่กันบ้าง หงุดหงิดใส่กันบ้าง เพลินๆ)
…
ถึงแม้ว่าแต่ละคนจะยุ่งกันแค่ใหน แต่เราเองก็ได้เจอกันครั้งแรกในรอบหลายปีเป็นที่เรียบร้อย
โดยเป็นการออกไปหาอะไรกินและเดินเล่นด้วยกัน ที่ห้างดังแห่งหนึ่งแถวงามวงศ์วาน
(พอดีได้คิวเซเล็บมาเป็นวันเสาร์ที่เรามีเรียน ทำเอาเราต้องรีบวิ่งไปให้ทันนัด เล่นเอาลุ้นกันเหนื่อย)
การเจอกันสั้น ๆ ของเราในวันนั้นคงทำให้เธอเจอภาพของเราในแบบไม่คุ้นเคยสักเท่าไหร่
แล้วเราเองก็เลยได้เจอกับภาพเธอในแบบที่เราไม่คุ้นอยู่บ้างเหมือนกัน
(ก็แหงละ…เวลาผ่านไป เราและเธอก็คงไม่เหมือนเมื่อก่อนหรอกเนอะ)
…
อืม…ส่วนวันวาเลนไทน์ปีนี้นะหรอ (ก็วันนี้นะสินะ)
จริง ๆ แล้วเราเองก็ไม่มีเรียนวันอังคารนะ แถมไม่มีภารกิจที่ต้องเข้า ม.ด้วย
แต่พอดีเธอคนนั้นติดเรียนทั้งวัน แถมยังต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบครั้งสำคัญอีก
เราเลยกะว่าจะไม่รบกวนละกัน (แต่เธอจะแอบไปกะใครหรือเปล่าอันนี้ก็ไม่รู้นะ :P)
…
ท้ายที่สุดนี้…เราเองก็ขอบคุณเธอนะ ที่แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ใหน แต่เธอก็ยังไม่ลืมเรา
แต่ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ว่าสถานะความสัมพันธ์ของเราตอนนี้มันคืออะไร
(ถึงตอนนี้เราเองก็ไม่รู้หรอกว่าเธออยากได้เราเป็นอะไรกันแน่)
แล้วอนาคตระหว่างเรามันจะเป็นยังไง เมื่อต่างคนต่างก็ไม่เหมือนกับคนเดิมที่เรารู้จัก
(อันนี้แอบคิดหนักจริง ๆ นะ บางทีก็ไม่อยากให้มันต้องจบลงไปอีกครั้งนึง)
แต่ก็ช่างเถอะเนอะบางทีเวลาก็น่าจะช่วยให้คำตอบเราได้เองแหละ
ว่าเรื่องราวระหว่างเราจะไปได้ไกลสักแค่ใหน คงต้องคอยดูกันไปยาว ๆ ละกันเนอะ :)
…
…
…
ก่อนจะจบบล็อกตอนนี้ไปแบบสั้น ๆ (มั๊ง) ขอฝากเพลงนี้ไว้หน่อยละกัน
(พอดีตอนที่กำลังจะนั่งเขียนบล็อกแล้วนึกถึงเพลงนี้ขึ้นมาซะเฉยๆ)