เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 และวันจันทร์ที่ 30 มกราคม 2555 ที่ผ่านมา
เราเองได้มีโอกาสไปร่วมกิจกรรมกับทางคณะกรรมการนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ (คน.บธ.)
ไกลถึงอุทยานแห่งชาติไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรีเลยทีเดียว
…
ทริปนี้เริ่มออกเดินทางจากที่ ม. กันตั้งแต่วันที่ 29 ช่วง 7 โมงเช้า (เลทกว่ากำหนดไปเยอะเหมือนกัน)
ระหว่างระยะทางที่เดินทางไปนั้น เราเองก็ได้เจอกับหลาย ๆ สิ่งที่ทำให้เรานึกถึงเรื่องบางเรื่องในอดีต
(โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมัยตอนที่ไปเข้าค่ายที่เขาชนไก่ ช่วงนั้นกำลังอินเลิฟได้ที่เลยทีเดียว)
หลังจากนั่งฟังเพลงรำลึกความหลังกันได้สักพักใหญ่ ๆ ก็เดินทางถึงจุดหมายปลายทางกันสักที
เมื่อไปถึงแล้วทุกคนก็ช่วยกันขนของ และไปรับฟังการบรรยายความรู้เกี่ยวกับฝายจากเจ้าหน้าที่
หลังจากนั้นจึงได้เดินทางเข้าไปในพื้นที่จริง เพื่อเริ่มสร้างฝายชะลอน้ำกันจากวัสดุภายในท้องที่
(ไม้ก็ตัดเอาจากป่าใผ่แถวนั้น หินก็หาจากในลำธาร ส่วนดินใส่กระสอบก็ขุดเอามาจากพื้นที่แถวนั้น)
หลังจากใช้เวลาช่วยกันสร้างฝายชะลอน้ำกันอยู่หลายชั่วโมง (ประมาณ 3 ชั่วโมง)
พื้นที่ที่เคยเป็นแค่ลำธารจากต้นน้ำ ก็มีฝายแม้วชะลอน้ำของพวกเราติดตั้งอยู่เป็นที่เรียบร้อย
(ทำฝายเสร็จก็ต้องมีการถ่ายรูปกันสักหน่อยนะ อิอิ)
…
หลังจากการสร้างฝายชะลอน้ำเสร็จ ขณะที่เดินทางออกจากป่านั้น
คณะของเราก็ได้เจอกับเหตุการณ์ไฟป่าขึ้นตรงบริเวณใกล้ๆกับพื้นที่ที่เราต้องเดินออกมา
ทุกคนที่เข้าไปช่วยกันสร้างฝายชะลอน้ำ เลยต้องช่วยกันดับไฟที่กำลังใหม้ป่าใผ่อยู่นั้น
เพื่อไม่ให้ลุกลามสร้างความเสียหายกับป่าใผ่ไปมากกว่านี้
หลังจากไฟที่ใหม้ป่าสงบลง ได้คุยกับพี่เจ้าหน้าที่ของอุทยานก็เลยได้ความประมาณว่า
ไฟป่าที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นฝีมือของพรานล่าสัตว์ ทั้งนี้น่าจะเพื่อให้ใบใผ่แห้งมีจำนวนที่ลดลง
แล้วเวลาจะล่าสัตว์จะได้ทำได้สะดวกมากยิ่งขึ้น (เขาจะเผาป่ากันด้วยเหตุผลแค่นี้เองหรอ)
…
หลังจากออกมาถึงที่ทำการของอุทยาน ก็เป็นช่วงเวลาของการกินหลังจากใช้พลังงานอย่างหนัก
(ซึ่งคราวนี้น้อง ๆ ใน คน.บธ. หิ้วไข่จากกรุงเทพมาเกือบ 10 ถาด เล่นเอาเห็นไข่กับเบื่อเลยไง ><”)
แต่ด้วยความที่พี่เจ้าหน้าที่จัดการทำอาหารไว้เยอะมาก เล่นเอาเหลือเยอะเหมือนกัน (แอบเสียดาย)
เมื่อได้รับประทานอาหารเสร็จ จึงได้เวลาของการพักผ่อน
โดยคราวนี้ทุกคนได้มีโอกาสไปพักบนแพกลางน้ำ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่เหมือนกัน
(ถึงแม้บนแพจะต้องปั่นไฟใช้ อาบน้ำในแม่น้ำ แต่สัญญาณโทรศัพท์ก็ไปถึงนะเออ)
ช่วงกลางคืนหลังจากทุกคนเล่นน้ำกันเสร็จแล้ว ก็เป็นช่วงเวลาของการรับประทานอาหารร่วมกัน
และการพูดคุยอย่างเปิดอกถึงการทำกิจกรรมของทางคณะ ระหว่างนักศึกษา และอาจารย์
(อันหลังนี่คุยกันค่อนข้างฮาร์ดคอร์นะ ใช้เวลากันค่อนข้างนานเลยทีเดียว)
…
วันนี้ (30) เป็นวันเดินทางกลับกรุงเทพ หลังจากออกมาจากกรุงเทพกันตั้งแต่เมื่อวาน
โดยวันนี้จะเป็นการแวะชมสถานที่สำคัญแถว ๆ นี้ก่อนจะมุ่งหน้ากลับ ม.
แต่ก่อนจะไปที่อื่น ช่วงเช้าบนแพแห่งนี้ก็อากาศค่อนข้างหนาวได้ที่เลยทีเดียว
ทำเอาเราที่นอนกอดน้องเพ็ดโด้ในถุงนอนยังแอบรู้สึกหนาว (หนาวทะลุถุงนอนเลยทีเดียว)
หลังจากตื่นมาจากการนอน ที่อีกฝั่งของแพ ก็กำลังมีการทำนานาสารพัดเมนูไข่กันอยู่
(ไม่ว่าจะเป็นไข่ต้ม ไข่คน ไข่เจียว ไข่ลวก) ก่อนที่อาหารที่สั่งไว้จะมาส่ง (มีไข่ดาวด้วยนะ)
หลังจากทานกันเสร็จ เราเองก็เลยชมบรรยากาศกันอยู่บนแพ ส่วนคนที่เหลือก็ลงเล่นน้ำกันเพลินๆ
…
เมื่อถึงเวลาออกเดินทาง ทุกคนจึงได้ขึ้นมาจากแพและออกเดินทางจากอุทยาน
เดินทางออกไปไม่ไกลก็ถึงพิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำช่องเขาขาด
(ตั้งอยู่ภายในกองการเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานทหารพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา)
ขอสารภาพตามตรงเลยนะ ว่าดูจากข้างหน้าที่ถนนแล้วนึกไม่ถึงเลย
ว่าข้างในจะมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศแบบนี้ด้วย ><”
หลังจากได้เข้าไปชมนิทรรศการในอาคารที่สวยงามน่าสนใจมากและเดินไปที่ช่องเขาขาด
เราว่าสถานที่นี่เป็นสถานที่ที่มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายเลยนะ
…
หลังจากออกเดินทางมาจากช่องเขาขาด
ก็ได้แวะซื้อของฝาก + ทานอาหารกันนิดหน่อย
ช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. จึงเดินทางกลับมาถึงที่ ม. โดยสวัสดิภาพ
…
…
…
ปล. (1) ต้องขอขอบคุณ คน.บธ. สำหรับกิจกรรมที่ดี ๆ แบบนี้ด้วยนะครับ ถ้าจัดอีกก็อย่าลืมชวนเราไปด้วยนะ :)
ปล. (2) เคยคิดว่าอยากพาแฟนไปเที่ยวแบบนี้นะ แต่ยังไงเราเองขอหาแฟนให้ได้ก่อนนะ ถ้าโอกาสพร้อมเราจะหาทางพาไป :)